วิถีชีวิตชาวหนองสูง

วิถีชีวิตของชาวเมืองหนองสูง ในอดีตชาวผู้ไทยเมืองหนองสูงจะมีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับความเชื่อในการถือผี อันเป็นความเชื่อดั้งเดิมที่ฝังรากลึกมานานแสนนาน ควบคู่กับความเชื่อตามแนวทางพุทธศาสนา เป็นการผสมผสานที่ดำรงนับแต่อดีตจนปัจจุบัน

ความเชื่อในเรื่องการถือผีมีมาตั้งแต่ชาวผู้ไทยอาศัยอยู่ที่เมืองแถนครั้นอพยพไปอยู่ที่อื่นก็จะนำเอาความเชื่อและพิธีกรรมในการถือผีตามไปด้วยเสมอ จะมีการจัดตั้งหอคุณ หรือศาลปู่ตา หรือหอถลา หรือหอธาดา หรือศาลเจ้าปู่มเหศักดิ์ สำหรับเป็นที่สิงสถิตของผีคู่บ้านคู่เมือง เพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับคนในบ้านเมืองกราบไหว้บูชา เป็นที่พึ่งทางใจ ในแต่ละปีจะจัดให้มีพิธีเลี้ยงผี ซึ่งจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ประจำบ้าน ในเมืองหนองสูงก็มีการจัดตั้ง”หอคุณ” สำหรับให้เป็นที่สิงสถิตของผีคู่บ้านคู่เมือง ปัจจุบันหอดังกล่าวตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโรงเรียนชุมชนเมืองหนองสูง และมีศาล “เจ้าน้ำ” เป็นที่สิงสถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองหนองสูงอัญเชิญมาเพื่อพิทักษ์รักษาแหล่งน้ำหนองสูงและเพื่อดลบันดาลให้เกิดฝนตกต้องตามฤดูกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ริมน้ำหนองสูง ใกล้กับอนุสาวรีย์เจ้าเมืองหนองสูง

นอกจากนี้ ชาวเมืองหนองสูงยังมีการจัดทำหิ้งบูชา สำหรับให้เป็นที่สิงสถิตของผีบรรพบุรุษ หรือเป็นที่รวมของ “ขวัญ” (ผู้ไทยเรียกหวัน) เพื่อคอยปกปักษ์รักษาคุ้มครองลูกหลานในบ้าน

กรณีที่มีผู้เจ็บป่วย ชาวผู้ไทยเมืองหนองสูงในอดีต จะมีความเชื่อว่าเป็นการกระทำของผี จึงมักจัดให้มีการรักษาคนป่วยด้วยการเหยา หมอเหยาจะไปประกอบพิธีเหยาข้างๆ คนป่วย ในการเหยาจะมีหมอแคนเป็นผู้เป่าแคนประกอบกับการเหยา ซึ่งบางครั้งทำให้คนป่วยเกิดอารมย์คล้อยตามจนถึงขั้นลุกขึ้นมาฟ้อนร่วมกับหมอเหยา ในการประกอบพิธีนี้หมอเหยาจะบอกแก่ญาติของผู้ป่วยว่าเหตุของการป่วยเป็นเพราะเหตุใดๆจะทำให้หายป่วยได้ด้วยวิธีใด ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผี เช่นเหตุการป่วยเกิดจากผู้ป่วยหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย เช่น พ่อ แม่ สามี ภรรยา ไปทำการล่วงละเมิดผีป่า ผีห้วย ผีหนอง ผีนา ผีบรรพบุรุษ ฯลฯ วิธีการแก้ไขคือจะต้องไปแต่งแก้หรือทำการขอขมาโทษต่อผี หรือบางครั้งหมอเหยาก็อาจบอกว่าเหตุของการป่วยไม่ได้เกิดจากการกระทำของผี แต่เกิดจากโรคภัยต้องไปรักษากับหมอยาหรือไปโรงพยาบาล การป่วยจึงจะหายได้ ปัจจุบันความเชื่อเกี่ยวกับการเหยาได้ลดน้อยลงไปเกือบหมดแล้ว ยังคงมีการประกอบพิธีกรรมเหยาอยู่บ้างในบางหมู่บ้านในเขตตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง

ในส่วนของความเชื่อตามหลักพระพุทธศาสนา ชาวเมืองหนองสูงก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กันกับความเชื่อในเรื่องผี ประเพณีส่วนใหญ่ยึดตามฮีต 12 ครอง 14 ของชาวอีสานทั่วไป แต่งานที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด คืองานประเพณีเอาบุญเผวส (บุญมหาชาติ) จะมีการจัดงาน 3 วัน 3 คืน มีการจัดทำบั้งไฟเพื่อจุดบูชาพญาแถน จัดทำทุง (ธง) ยาว 20 วา จัดทำบังไฟดอกจุดฉลองเวลากลางคืน (ส่วนใหญ่จะจุดในช่วงเวลา 24.00 น.) ของวันจัดงานฉลองมีการจัดทำตูบ (ปะลำ) สำหรับเป็นที่พักของชาวบ้านอื่นที่มาร่วมงาน มีการลำเลาะตูบ เหยาเอาฮูปเอาฮอย ฟ้อนเอาบุญ ตักบาตรสวรรค์ ลำเสี่ยงทาย มีการจัดหามหรศพครบงันตลอดคืน อาทิ หมอลำ หนังตะลุง รำวง

ในปี พ.ศ. 2505 ได้มีชาวฝรั่ง ชื่อ มร. แอนโทนี ทอมสัน เคสซ์ มาศึกษาวิจัยชุมชนหนองสูง เรื่อง”การพัฒนาและการเขยิบฐานะทางสังคม” การวิจัยครั้งนี้ได้รับคำตอบว่า

 

ชาวผู้ไทยส่วนใหญ่ติดอยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตแบบชาวนา รักถิ่นฐานบ้านเกิด

ขยันทำงาน ทำให้มีเศรษฐกิจดีกว่าเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกัน

การบวชเป็นพระ นอกจากจะทำให้เกิดความสงบในใจแล้ว ยังได้รับเกียรติและการยกย่องจากชุมชนชาวผู้ไทยใฝ่ฝันที่จะเป็นครูค่อนข้างมาก

การไปเที่ยวต่างถิ่น นอกจากเหตุผลทางเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องการความสนุก ข้อสังเกตคือ

ชาวผู้ไทยไม่นิยมไปทำงานที่เมืองลาว บางรายไปเที่ยวและทำงานถึงจังหวัดยะลา

มร.แอนโทนี ทอมสัน เคิสซ์ ท่านนี้ ต่อมาเข้ารับการศึกษาจนจบระดับปริญญาเอก ได้เป็นศาสตราจารย์ สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว แต่ด้วยการที่ท่านเคยมาอยู่ที่บ้านหนองสูง ท่านมีความประทับใจในขนบธรรมเนียมประเพณีและรักในน้ำใจชาวผู้ไทยหนองสูง ท่านจึงสั่งเสียภรรยาซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นว่า หากท่านถึงแก่กรรมขอให้นำอัฐิของท่านส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ที่วัดบ้านหนองสูงด้วย เพราะท่านต้องการมาอยู่ที่นี่ชั่วนิรันดร์ ภรรยาของท่านจึงได้นำอัฐิของท่านมาบรรจุไว้ในธาตุที่วัดไตรภูมิ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ปัจจุบันวิถีชีวิตของชาวผู้ไทยหนองสูง ยังคงผูกพันอยู่ในหลักของพระพุทธศาสนา มีการถือผีอยู่บ้างแต่ส่วนน้อย สนใจต่อการศึกษา มักส่งบุตรหลานไปเข้ารับการศึกษาที่เมืองใหญ่ๆ ที่มีการศึกษาเจริญ โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น จึงทำให้มีจำนวนข้าราชการในบ้านหนองสูงจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครู ชาวหนองสูงนิยมสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ เพื่อแสดงออกถึงฐานะ มีนิสัยขยันขันแข็งในการทำงาน ทำให้มีฐานะที่ดีพอสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับคนในย่านใกล้เคียง ส่วนเอกลักษณ์ที่ยังคงรักษาเอาไว้อย่างเหนียวแน่นคือ ประเพณีพ่อล่าม การแต่งกายแบบผู้ไทย การบายสีสู่ขวัญ การฟ้อน การลำผู้ไทย

อำเภอหนองสูง มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดกาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด ตั้งอยู่พิกัด วี ดี 318220  องศาเหนือ  มีพื้นที่  408  ตารางกิโลเมตร  ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 640 กิโลเมตร  อยู่ห่างจากจังหวัดมุกดาหาร  51  กิโลเมตร เป็นอำเภอที่ 7 ของจังหวัดมุกดาหาร