กะดีโหลง (กฏีโหลง) กุฏิโหลง

21231895_1924307221168579_6576954615584820500_n

เล่าเรื่องเมืองหนองสูง
ตอน กะดีโหลง (กฏีโหลง) กุฏิโหลง
……….
หลังปี 2430 เจ้าผู้ปกครองเมืองผู้ไทเมืองหนองสูงเถิงแก่พิราลัยไปแล้ว 2 ท่าน พระเจ้าแผ่นดินกรุงเทพทราวดีบางกอกได้ พระราชทานไฟ แก่ หอเหมแอวขันเสร็จสิ้นส่งสการ ทานขาบแล้ว
ตำแหน่งของเจ้าเมืองหนองสูงจึงว่างลง พร้อมกับ สยามให้เปลี่ยนถ่ายการปกครอง โดยให้ลดฐานะเจ้าเมืองต่างๆ ในอีสานลง ให้ใช้ คำว่า ผู้ว่าราชการเมือง และ ผู้รักษาการณ์เมือง พร้อมกันนั้นได้ เอาข้าหลวงต่างๆ มาปกครองแทน และแบ่งออกเป็น หัวเมืองลาวต่างๆรวมเป็นมณฑลแทน

ชาวเมืองหนองสูงจึงร่วมใจกัน ต่อแป้นแหว๋นคาแอ้มฝาพร้อมนำเอาเสาเทียมช้างจากโฮงอัญญาโหลงเจ้าเมืองมาทานเป็น ศาลาใหญ่ เพื่อ ทำเป็นที่ว่าการเมือง โดยสร้างให้ใหญ่โต โอ่อ่าเพื่อ ต้อนรับ พวกสยาม เวลามาชำระความและส่งใบบอก มาวางฏีกา …..
ชาวเมือง จึง เรียก (ฮ้องว่า กุฏีโหลง หรือ กฏีโหลง ก็เรียก แบ่งเป็นห้องๆเอาไว้เก็บเอกสารสำคัญ มีใบบอก บั้งจุ้ม และใบลานผูก คราวแต่ เอามาจาก เมืองคำอ้อ…..
ด้วยจารีตเดิม พวกนี้ ยังไม่สร้างธาตุ สร้างแต่เพียง หลักเสาเส (เสาเสีย) แกะสลัก รูป บัวตูมบนปลายเสาประดับกระจกสีจาก สาเกตุนครฮ้อยเอ็ด ระยิบระยับ ไว้ที่ หัวหนอง( ด้านบนหนองน้ำหนองสูง ) แล้วจึง อุทิศเครื่องเมืองหา หรือชาวบ้านเรียกกองเม็งจ์ กองบุญ แจกเวรข้าว หาองค์เจ้าเมืองปักธุง ปลิวเย้ยๆ
ทาน ผ้าปูมที่ได้รับพระราชทานมาตอนเข้ามาเพิ่งสยามห่อ หนังสือผูกไว้ 2 ผูก ปันครึ่ง แพรคาดไหมเอว ๑ ผูกแพรโพกขลิบ ๑ ห่อหนังสือผูก แพรขลิบ แพรแดงห่อทานไว้เป็น อนุสรณ์ สร้างสาประกับลายไม้อย่างงดงามมุงแป้นแหวนคาสิ้นแล้ว ชาวเมือง ลุหลาน จึง ฮ้องว่า กระดีโหลง(กฏีโหลง กุฏีโหลง)มาจนถึงป่านนี้
ທ້າວໂຈມເຍີງ ໂຈມແຍງ

ภาพ อ้างอิง
วัดไตรภูมิ
เล่าเรื่องเมืองหนองสูง
ຜູ້ໄທເມີງໜອງສູງ

 

21151215_1924307251168576_4479271076721493099_n 21151512_1924307237835244_2600912659891470378_n 21192117_1924307297835238_5147835902971275986_n 21231895_1924307221168579_6576954615584820500_n